บทสัมภาษณ์พิเศษ CEO จากเทย์เลอร์เมด กับเทคโนโลยีสุดล้ำในซีรีย์ SIM

ในปีนี้เรียกว่าเป็นอีกปีที่อุปกรณ์กอล์ฟหลายๆ แบรนด์ต่างส่งผลิตภัณฑ์ออกมาเพื่อชิงความเป็นหนึ่งในสังเวียนตลาดกอล์ฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดกอล์ฟเอเชียที่มีอัตราการเติบโตอย่างน่าทึ่ง และจากตัวเลขที่เราคาดการณ์ไว้ ถ้าไม่นับญี่ปุ่นหรือเกาหลี ที่ตลาดกอล์ฟใหญ่อยู่แล้ว ความนิยมในกอล์ฟนับจากปีนี้เป็นต้นไปจะเติบโตได้อีกหลายเท่าตัว ซึ่งเทย์เลอร์เมดก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มองเห็นศักยภาพของตลาดเอเชีย และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในตลาดนี้ด้วยเช่นกัน “กอล์ฟมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ผมย้ายจากลอสแองเจลิสเมื่อปี 1998 เพื่อมาอยู่ที่ฮ่องกง ตอนนั้นผมเพิ่งเริ่มเล่นกอล์ฟใหม่ๆ และจำได้ว่าที่ฮ่องกงนั้นมีสนามกอล์ฟและสนามไดรฟไม่กี่แห่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปความนิยมในกอล์ฟก็เพิ่มมากขึ้น ตอนนี้เรามีทั้งซิมูเลเตอร์, สถาบันสอนกอล์ฟอีกหลายแห่ง และสนามไดรฟแทบทุกหัวมุมถนน” เดวิด แอเบเลส CEO ของเทย์เลอร์เมดเริ่มต้นบทสนทนา “ผมเริ่มทำงานให้กับเทย์เลอร์เมดเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนนั้นผมประกาศว่านี่คือยุคใหม่ของเทย์เลอร์เมด โดยได้วางแผนพัฒนาในหลายๆจุด อย่างแรกคือในส่วนของผลิตภัณฑ์ เราเพิ่มจุดแข็งในเรื่องของการทำไดรเวอร์ โดยการนำความรู้ความเข้าใจนั้นไปประยุกต์กับทุกส่วนที่เราทำการแข่งขันในตลาด ซึ่งในปี 2020 นี้เราได้พยายามที่จะขึ้นไปเป็นที่หนึ่งของวงการ ไม่ใช่เพียงแค่ส่วนของไดรเวอร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงชุดเหล็ก, เวดจ์, พัตเตอร์ และลูกกอล์ฟ สิ่งนี้เองที่ทำให้เรามีผลิตภัณฑ์มากมายในปี 2020 อีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องการจะสร้างคือความมั่นใจ ว่านักกอล์ฟชั้นนำของโลกเลือกที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา หากคุณลองดูตัวเลขที่เพิ่มขึ้นของนักกอล์ฟที่ใช้เทย์เลอร์เมดในทัวร์ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา คุณจะพบว่านักกอล์ฟ 5 คน จากท็อป 10 ของโลกนั้นใช้เทย์เลอร์เมด นั่นรวมถึง ไทเกอร์ วูดส์, รอรีย์ แมคอิลรอย, ดัสติน จอห์นสัน, จอน ราห์ม และ เจสัน เดย์ นอกจากนี้ยังมีดาวรุ่งอย่าง แมทธิว วูล์ฟฟ์ ,คอลลิน โมริกาวา, และ มาเรีย ฟาสซี ที่เล่นในพีจีเอ ทัวร์ ที่พวกเขายอมเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ของเรานั้น เพราะพวกเขาเชื่อว่ามันจะช่วยให้พวกเขาทำผลงานได้ดีที่สุด”เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับนักกอล์ฟ ดังนั้นการที่เทย์เลอร์เมดจะปล่อยสินค้าออกมาสักชิ้น จึงจำเป็นต้องผ่านการวิเคราะห์ ปรับปรุง และนั่นเองที่ทำให้เทย์เลอร์เมดใช้เวลาหลายปีกว่าจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ในไลน์ใหม่ๆออกมา” “เราพยายามริเริ่มและสร้างสิ่งที่จะช่วยให้นักกอล์ฟทุกระดับมีผลงานดีขึ้น จุดเริ่มต้นคือเรามีโปรเจ็คที่วางแผนว่าจะค่อยๆปล่อยออกมาในช่วง 3-5 ปี หลังจากการทดสอบตัวต้นแบบ หากคุณมองย้อนกับไป จะเห็นว่าเราได้สร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ เราทำให้การปรับแต่งมีบทบาทมากขึ้นในอุปกรณ์กอล์ฟ ซึ่งตอนนี้คุณจะเห็นว่าเรามีหมุดถ่วงน้ำหนักแบบปรับได้ และสลีฟแบบปรับองศาได้ โดยอุปกรณ์แต่ละชิ้นต้องผ่านการทดสอบที่ศูนย์วิจัยของเราที่มีชื่อว่า เดอะ คิงดอม และยังมีการทดลองกับเหล่านักกอล์ฟในทัวร์อย่าง จัสติน โรส, แมคอิลรอย, จอน ราห์ม หรือแม้แต่ไทเกอร์ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คำปรึกษาเพื่อสร้างอุปกรณ์ที่ดีที่สุดให้กับเรา” ไบรอัน แบสเซิล รองผู้อำนวยการฝ่ายสร้างผลิตภัณฑ์ของเทย์เลอร์เมด ร่วมกล่าวถึงตัวผลิตภัณฑ์ “หากคุณจำได้ในปี 2015 เราได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร M ซึ่งย่อมาจากการใช้วัสดุหลายชนิด หลังจากนั้นเป็นต้นมา เราก็เริ่มใช้คาร์บอนไฟเบอร์มากขึ้น นั่นทำให้อุปกรณ์ของเรามีน้ำหนักที่ดีขึ้น ปรับแต่งได้มากขึ้น แต่เราก็ยังพบกับปัญหา นั่นคือการได้อย่างและเสียอย่าง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อพูดถึงการออกแบบไดรเวอร์แล้ว บางครั้งคุณอยากตีให้ลูกเหินมากๆ คุณก็ต้องยอมเสียเรื่องการชดเชยความผิดพลาด เพื่อที่คุณจะปรับแต่งเรื่องน้ำหนักของไม้ และด้วยเงื่อนไขทั้งหมดนั้น จึงทำให้เกิดเป็นอุปกรณ์รุ่นใหม่ในชื่อ SIM หรือ Shape In Motion และเป็นจุดเริ่มของรูปทรงแบบใหม่” ไดรเวอร์จะถูกแบ่งเป็นสามรุ่นนั่นคือ SIM, SIM Max และ SIM Max D ทุกรุ่นจะมาพร้อมกับรูปทรงแบบใหม่ มีรูปแบบทางหลักอากาศพลศาสตร์ที่ดีขึ้น มีค่าชดเชยความผิดพลาดที่มากขึ้น และสร้างการเหินได้มากกว่าเดิม รุ่น SIM สามารถปรับแต่งได้มากที่สุด และมีค่าสปินต่ำสุดในสามรุ่น เพราะคุณสามารถปรับองศาสลีฟได้ สไลด์ปรับหมุดถ่วงน้ำหนัก 10 กรัม เพื่อให้ตีเฟดหรือดรอว์ได้, SIM Max จะเอาตัวสไลซ์ถ่วงน้ำาหนักออก แล้วเอาไปไว้ส่วนท้ายของหัวไม้ เพื่อเพิ่มค่าชดเชยความผิดพลาด และ สุดท้ายคือ Max-D จะเน้นทำให้ลูกดรอว์ ดังนั้นถ้าคุณตีแล้วติดสไลซ์ Max-D ก็จะเหมาะกับคุณ แถมมีพื้นที่หน้าไม้กว้างที่สุด โดยทั้ง 3 รุ่นที่กล่าวมาจะมีรายละเอียดแตกต่างกันเล็กน้อย แต่จะใช้รูปทรงแบบใหม่เหมือนกัน เทย์เลอร์เมดได้บอกกับเราถึงความพิเศษในการสร้างหัวไม้ว่า ในระหว่างการทดสอบ จะมีการวัดค่าความเด้งของหน้าไม้แต่ละชิ้น และออกแบบให้เกินที่กฎกอล์ฟอนุญาตไว้ โดยวัดจากค่าที่หัวไม้ แล้วฉีดเรซิ่นทั้งสองฝั่งในแต่ละหัวด้วยปริมาณที่ต่างกัน จากนั้นเราก็จะวัดอีก ครั้ง ซึ่งนั่นจะทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่า อุปกรณ์ที่คุณถือนั้นจะมีค่าความเด้งใกล้เคียงกับค่าสูงสุดตามกฎกอล์ฟ หากคุณดูหัวไม้จากปลายไม้ จะเห็นว่าด้านบนสูงขึ้น ส่วนโซลก็ต่ำลง จนเหมือนกับว่าส่วนบนและล่างแยกจากกัน โดยหัวไม้แบบใหม่นี้จะช่วยให้กระแสลมไหลผ่านได้ราบเรียบและเร็วยิ่งขึ้น ส่วนด้านล่างของหัวไม้ก็มีการถ่วงน้ำหนักไล่มาที่ด้านหลัง ส่งผลให้มีการเหินที่ดีและเสถียรกว่าเดิม แฟร์เวย์วูดจะใช้ชื่อรุ่นเหมือนกับไดรเวอร์ นั่นคือ SIM, SIM Max และ SIM Max-D และใช้ส่วนผสมของไทเทเนียม 911 ซึ่งเป็นไทเทเนียมที่มีน้ำหนักเบามาก โดยบริเวณโซลที่เป็นเหล็ก จะมีน้ำหนักเพียง 80 กรัม ใช้หน้าไม้ไทเทเนียมที่เรียกว่า Zatech โดยวัสดุนี้ไม่เคยถูกใช้งานในกีฬากอล์ฟมาก่อน มันมีลักษณะเหมือนไทเทเนียมประดิษฐ์ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความเร็วและความทนทานให้ได้มากยิ่งขึ้น พร้อมรูปทรงแบบ V Steel ที่ถูกออกแบบเพื่อให้ตีได้ดีและรับแรงเสียดทานได้มากขึ้น สำหรับชุดเหล็กรุ่นใหม่ SIM Max Irons และ SIM Max OS นั้น ได้มีการน้ำเทคโนโลยีหลายๆอย่างมาใช้ เพื่อให้สามารถทำระยะให้ได้ไกลขึ้น ซึ่งนักกอล์ฟให้ความสำคัญกับฟีลลิงและเสียงที่หนักแน่นในการตี ดั้งนั้นเทย์เลอร์เมดจึงมีการปรับเปลี่ยน 2 จุดนั่นคือ ปรับที่ Speed Bridge โดยปรับให้คานรับแรงปะทะด้านหลังให้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้สามารถทำร่องที่โซลของไม้ และช่วยให้หน้าไม้มีความยืดหยุ่นยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็คงความเสถียรของไม้ โดยใช้รูปทรงที่เรียกว่า Echo Damping System ซึ่งจะมีวัสดุพิเศษที่ใส่เข้าไปข้างในเพื่อลดแรงสั่นสะเทือน ซึ่งจะทำให้คุณมีทั้งวิถีลูกที่ดี และความเร็วลูกที่ดีกว่าเดิม ทั้งหมดนี้คือข้อมูลที่ผู้บริหารทั้งสองท่านได้แบ่งปันและอธิบายถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ของเทย์เลอร์เมดให้ทางกอล์ฟ ไดเจสท์ ได้รับรู้ถึงข้อมูลตัวผลิตภัณฑ์ โดยสิ่งสำคัญที่ผมอยากจะบอกกับคุณก็คือ อุปกรณ์เหล่านี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อโปรในทัวร์เท่านั้น แต่มันสามารถช่วยให้นักกอล์ฟฝีมือปานกลางเล่นได้ดีขึ้น และถ้าคุณยังสงสัยว่ามันจะดีจริงหรือไม่ ข้อแนะนำของผมคือ คุณควรหาโอกาสทดสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์รุ่นใหม่เหล่านี้ได้ที่ตัวแทนจำาหน่ายของเทย์เลอร์เมด แล้วคุณจะไม่ตกยุค