เปรียบเทียบชีวิตในทัวร์ (โดยเฉพาะรายได้) ของโปรหญิง-ชาย

สเตซี ลูอิส อดีตนักกอล์ฟสาวหมายเลขหนึ่งของโลกชาวอเมริกัน มีโอกาสไปเขียนบทความลงนิตยสาร Golfweek เกี่ยวกับความแตกต่างของชีวิตนักกอล์ฟอาชีพระหว่างฝ่ายหญิงและชาย ซึ่งได้ อีริค โบลต์ คอลัมนิสต์จาก USA Today มาเรียบเรียงให้

โปรสาวเจ้าของแชมป์ แอลพีจีเอ ทัวร์ 12 รายการเริ่มต้นเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่าเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปีที่เธอมีโอกาสอยู่บ้านพักผ่อนชมการถ่ายทอดสดกอล์ฟ พีจีเอ ทัวร์ รายการ ฮุสตัน โอเพ่น ทัวร์นาเมนต์ที่ไม่ได้มีผู้เล่นระดับท็อป 30 ของโลกลงแข่งขัน แต่มีเงินรางวัลให้ชิงกันสูงถึง 7.5 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 225 ล้านบาท

สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกผิดหวังคือนั่นคือจำนวนเงินรางวัลที่สูงกว่าแมตช์ไหนๆ ในตารางแข่งขัน แอลพีจีเอ ทัวร์ ด้วยซ้ำ ใกล้เคียงที่สุดก็แค่ ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น ที่มีเงินรางวัลให้ชิงรวม 5.5 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 165 ล้านบาท

ในหนึ่งฤดูกาล ผู้เล่น พีจีเอ ทัวร์ มีเงินรางวัลรวมกันทั้งสิ้นมากกว่า 343 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 10,290 ล้านบาท‬ บวกกับเงินโบนัสอีกราว 71 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 2,130 ล้านบาทของ เฟดเอ็กซ์ คัพ ขณะที่ แอลพีจีเอ ทัวร์ มีเงินรางวัลรวมทุกรายการแล้วทั้งสิ้นแค่ 70.2 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 2,106 ล้านบาท ส่วนโบนัสก็มีอยู่ 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 33 ล้านบาทเท่านั้น

เกี่ยวกับประเด็นนี้ ลูอิส วัย 34 ปี ต้องการชี้ให้เห็นความสำคัญ และเชื่อมั่นว่าจะเป็นหัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงมากขึ้นต่อจากนี้อย่างแน่นอน

ปัจจุบันบรรดาบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์กอล์ฟเริ่มถอนการสนับสนุนจากทั้งโปรผู้หญิงและผู้ชาย แต่ปรากฎการณ์นี้ ลูอิส บอกว่าหนักหน่วงกว่าสำหรับทัวร์สตรี พูดให้เห็นภาพง่ายๆ ทุกคนจะเห็นรถบรรทุกจากบรรดาบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์กอล์ฟไม่ต่ำกว่า 10 บริษัทมาคอยให้บริการในทัวร์นาเมนต์ผู้ชาย ส่วนใน แอลพีจีเอ มีเพียงเจ้าหน้าที่จากแบรนด์คอยขับรถแวนมาบริการผู้เล่นของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังได้ยินมาว่านักกอล์ฟสาวมือดีๆ หลายคนยังต้องไปซื้อไม้มาใช้เองด้วยซ้ำ

ชีวิตการเล่น แอลพีจีเอ ทัวร์ ช่างแตกต่างจาก พีจีเอ ทัวร์ เหลือเกิน อีกหนึ่งความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือการสนับสนุนจากบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ ซึ่ง ลูอิส เล่าให้ฟังว่าอย่างตัวเธอเองก็ต้องพยายามอย่างหนักเหมือนกันที่จะได้รับการสนับสนุน รวมถึงการต่อสัญญาออกไปในแต่ละปี แต่เธอยังโชคดีที่ไม่ต้องกังวลว่ารายได้จะไม่เพียงพอกับรายจ่าย ขณะที่โปรสาวหลายคนยังต้องคิดหนัก

ทีนี้ลองมาดูโปรสาวที่จบอันดับ 100 ในตารางทำเงิน แอลพีจีเอ ดูบ้าง ซีซั่นล่าสุดคือ มาเรียห์ สเตกเฮาส์ เก็บเงินได้ทั้งสิ้น 1.2 แสนเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 3.8 ล้านบาท ซึ่ง ลูอิส ทำนายว่าเมื่อจ่ายภาษีกับค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วแทบจะไม่เหลือเลย ขณะเดียวกันโปรหนุ่มที่จบอันดับ 100 ในตารางทำเงิน พีจีเอ ทัวร์ อย่าง คาร์ลอส ออร์ติซ ทำเงินรางวัลไปได้ทั้งสิ้น 1 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 30 ล้านบาท

ทั้งนี้มีผู้เล่นใน พีจีเอ ทัวร์ ถึง 112 คนที่ทำเงินได้เกินหลัก 1 ล้านเหรียสหรัฐหรือประมาณ 30 ล้านบาท ส่วน แอลพีจีเอ ทัวร์ มีแค่ 13 คนเท่านั้น

เป็นความจริงที่ปัจจุบันผู้เล่น แอลพีจีเอ ทัวร์ มีแมตช์ให้ลงสนามมากขึ้น แถมเงินรางวัลในรายการเมเจอร์ก็สูงขึ้นทุกปีๆ ทว่า ลูอิส ยังอยากเห็นบรรดาสปอนเซอร์ใน พีจีเอ ทัวร์ แบ่งเงินมาสนับสนุน แอลพีจีเอ ทัวร์ ให้มากกว่านี้

แม้ปัจจุบัน แอลพีจีเอ จะมีผู้สนับสนุนและพันธมิตรมากมาย หลายรายมีความสัมพันธ์ที่ดีมาอย่างยาวนาน ตลอดจนมีส่วนช่วยพัฒนาให้ทัวร์เติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่ ลูอิส ยังคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะมองไปข้างหน้าและคิดหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรเพื่อลดช่องว่างความแตกต่างระหว่างทัวร์ผู้ชายกับผู้หญิงอย่างจริงๆ จังๆ เสียที

ท้ายที่สุด ลูอิส รู้ดีว่าปัญหานี้ค่อนข้างละเอียดอ่อนและไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไข มันเหมือนปัญหาไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน ซึ่งเธอยืนยันว่าไม่ได้เรียกร้องให้ถึงขนาดจะต้องมีเงินรางวัลเท่ากันก็ได้ แต่อย่างน้อยก็ควรมีสัดส่วนที่มากกว่าปัจจุบัน