ขุมทรัพย์แดนปลาดิบของ ‘ประหยัด มากแสง’

นับตั้งแต่เดินทางไปหยิบเงินเยนครั้งแรกที่แดนปลาดิบเมื่อปี 1997 จากศึก ซันโตรี โอเพ่น ประหยัด มากแสง อาศัยประเทศญี่ปุ่นเป็นอู่ข้าวอู่น้ำในอาชีพนักกอล์ฟมากว่าสองทศวรรษแล้ว

จากเด็กหนุ่มที่ได้รู้จักเกมกอล์ฟด้วยการเป็นแคดดี้ที่สนามหลวงหัวหินในบ้านเกิด ประหยัด อาศัยทั้งพรสวรรค์และพรแสวงค่อยๆ ย่างก้าวอย่างเป็นขั้นเป็นตอนบนเส้นทางกอล์ฟที่เขาเลือก ก่อนตัดสินใจเทิร์นโปรในวัยเบญจเพส

แต่ก็ใช่ว่าความสำเร็จจะได้มาโดยง่าย กว่าจะก้าวไปประสบความสำเร็จบนเวทีใหญ่ ประหยัด ต้องใช้เวลาเกือบ 5 ปีถึงจะชนะ เอเชียน ทัวร์ รายการแรกจากศึก วอลโว ไชน่า โอเพ่น ที่แดนมังกร จนกระทั่งมองเห็นลู่ทางเข้าไปเล่นใน เจแปน ทัวร์ ซึ่งมีเงินรางวัลสูงกว่า

2001 คือปีที่ ประหยัด เริ่มเล่นที่ญี่ปุ่นอย่างเต็มตัว โดยประเดิมเก็บเงินรางวัลกลับบ้านได้มากกว่า 6 ล้านบาท ก่อนขยับขึ้นเป็น 11 ล้านบาทในปีถัดมา

แต่หากจะพูดถึงไฮไลท์สำคัญในการเล่นที่ญี่ปุ่นของ ประหยัด ต้องกล่าวถึงปี 2008 นอกจากปลดล็อกแชมป์แรกจากศึก มิตซูบิชิ ไดมอนด์ ได้แล้ว โปรหมาย ยังกวาดแชมป์ไปได้ถึง 3 รายการในปีเดียว เก็บเงินรางวัลก้อนโตปีเดียวกว่า 40 ล้านบาท

หลังจากนั้น ประหยัด ยังคงยึดญี่ปุ่นเป็นฐานที่มั่นหลัก โดยสามารถคว้าแชมป์ได้อีก 3 รายการหลังจากนั้น ล่าสุดคือ สิงคโปร์ โอเพ่น เมื่อปี 2017 ซึ่งก็ถือเป็นชัยชนะที่หักปากกาเซียนเหมือนกัน เนื่องจากอายุอานามที่ล่วงเลยมาถึง 51 ปีแล้วแต่ยังสามารถปราบบรรดานักกอล์ฟรุ่นหนุ่มๆ ได้

แม้ปัจจุบัน ประหยัด จะก้าวเข้าสู่วัยซีเนียร์ 53 ปีแล้ว แต่ยังคงหากินประจำอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นแบบสบายๆ โดยขยับเลื่อนชั้นขึ้นสู่ เจแปน ซีเนียร์ ทัวร์ เมื่อปี 2016 พร้อมโชว์ฟอร์มสั่นสะเทือนแผ่นดินอาทิตย์อุทัยด้วยการกวาดแชมป์ไปได้ถึง 4 รายการ ก่อนไล่เก็บแชมป์เป็นว่าเล่นอีก 10 รายการในช่วงสามปีหลัง ล่าสุดคือการป้องกันแชมป์ แฟนเซิล คลาสสิก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

นับถึงตอนนี้ ประหยัด มีดีกรีแชมป์ เจแปน ทัวร์ 6 รายการ ทำเงินรางวัลไปมากกว่า 242 ล้านบาทแล้ว ขณะที่ผลงานการเล่นซีเนียร์ ทัวร์ที่ญี่ปุ่นเพิ่งเข้าปีที่ 4 แต่ก็สร้างปรากฎการณ์กวาดแชมป์ไปได้ถึง 14 รายการ ทำเงินไปร่วมๆ 76 ล้านบาท

ไม่ต้องแปลกใจว่าตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีในการไปไล่ล่าเงินเยนที่ญี่ปุ่น ประหยัด จะกวาดรายได้มากถึงหลัก 300 ล้านบาทเลยทีเดียว

เห็นความสำเร็จของ ประหยัด ในญี่ปุ่นแบบนี้แล้ว เชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเส้นทางกอล์ฟอาชีพให้กับนักกอล์ฟรุ่นใหม่ๆ บ้านเราได้เป็นอย่างดีครับ