4 โปรไทยพร้อมเผชิญความท้าทายใน ‘ดิ โอเพ่น’

สิ้นสุดการรอคอยทัวร์นาเมนต์เมเจอร์สุดท้ายของปี ดิ โอเพ่น แชมเปียนชิป ครั้งที่ 148 ณ สนามรอยัล พอร์ทรัช ในไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งเตรียมเปิดฉากขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้แล้ว

‘โปรอาร์ม’ กิรเดช อภิบาลรัตน์ นักกอล์ฟประวัติศาสตร์คนแรกที่ได้ พีจีเอ ทัวร์การ์ด เป็นหนึ่งใน 4 ก้านเหล็กจากประเทศไทยที่ได้ร่วมลงไล่ล่าถ้วยคลาเร็ท จัคอันศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกับ ‘แจ๊ส’ อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์, พรหม มีสวัสดิ์ และ กัญจน์ เจริญกุล

โปรอาร์ม วัย 29 ปี เตรียมลงเล่นรายการ ดิ โอเพ่น เป็นครั้งที่ 6 แล้ว เขามีผลงานไม่สู้ดีนักในการเล่น 4 ครั้งแรก เมื่อไม่สามารถผ่านตัดตัวได้ ก่อนประสบความสำเร็จได้เดินครบสี่วันเมื่อปีที่แล้วที่สนามคาร์นุสตี้โดยจบอันดับ 75 ร่วม

“อาร์มพยายามทำงานหนักตลอดหลายปีที่ผ่านมาเพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเองได้คว้าชัยชนะบ้าง ซึ่งอาร์มคิดว่ามันอยู่ไม่ไกลเลย มันคงเป็นความฝันที่เป็นความจริง หากสามารถคว้าความสำเร็จเพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้ประเทศไทยได้”

“อาร์มจะทำทุกวิถีทางเพื่อคว้าแชมป์รายการใหญ่ๆ มาครอง นั่นคือเป้าหมายของอาร์ม”

ทั้งนี้อดีตนักกอล์ฟทำเงินสูงสุด เอเชียน ทัวร์ เมื่อปี 2013 ทำผลงานยอดเยี่ยมในการเล่น พีจีเอ ทัวร์ เต็มตัวปีแรก ด้วยการจบอันดับ 3 ร่วมใน เวิลด์ กอล์ฟ แชมเปียนชิป-เม็กซิโก แชมเปียนชิป และอันดับ 5 ในศึก เอทีแอนด์ที ไบรอน เนลสัน

ขณะที่ โปรแจ๊ส ซึ่งแจ้งเกิดในเวทีกอล์ฟโลกไปแล้วเตรียมลงทำศึก ดิ โอเพ่น เป็นครั้งที่ 2 ในชีวิต หลังคว้าแชมป์ เอเชียน ทัวร์ ไปแล้ว 2 รายการในปีนี้ ได้แก่ สิงคโปร์ โอเพ่น กับ โคเรีย โอเพ่น

“การเล่น ดิ โอเพ่น เมื่อปีที่แล้วเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตนักกอล์ฟของผม และดีใจที่ได้สิทธิ์ไปเล่นอีกครั้งผ่านการชนะรายการ สิงคโปร์ โอเพ่น ผมตั้งตารอไปเผชิญความท้าทายกับการแข่งขันที่สนามรอยัล พอร์ทรัช” โปรแจ๊ส ที่ขึ้นมามีลุ้นแชมป์หลังจบรอบสาม ก่อนคว้าอันดับ 14 ร่วมใน พีจีเอ แชมเปียนชิป เมื่อเดือนพฤษภาคม เป็นผลงานดีที่สุดของโปรไทยในเมเจอร์รายการนั้น กล่าว

“ปีนี้ผมเล่นได้คงเส้นคงวามาก และพอใจกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดตอนนี้ ผมได้ยินมาว่าสนามรอยัล พอร์ทรัชยากมากๆ แต่ก็พร้อมลุยแล้วครับ” โปรวัย 23 ปีที่ขึ้นนำตารางทำเงินสูงสุดทั้งใน เอเชียน ทัวร์ และ เจแปน ทัวร์ กล่าว

เช่นเดียวกัน พรหม ก็กำลังได้ลงเล่น ดิ โอเพ่น เป็นครั้งที่ 2 ในชีวิต หลังคว้าสิทธิ์จากการจบอันดับ 5 ร่วมใน สิงคโปร์ โอเพ่น ทัวร์นาเมนต์ที่ โปรแจ๊ส คว้าแชมป์ไปครองนั่นเอง

“มันยอดเยี่ยมมากที่ได้กลับไปเล่น ดิ โอเพ่น อีกครั้ง ผมยังจำได้ตอนไปแข่ง ดิ โอเพ่น ครั้งแรกที่สนามรอยัล เซนต์ จอร์จส เมื่อปี 2011 ได้ดี ดิ โอเพ่น คือหนึ่งในเมเจอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งผมพยายามคัดเลือกผ่านเข้าไปเล่นให้ได้ตลอดมา” เจ้าของแชมป์ เอเชียน ทัวร์ 2 รายการ กล่าว

ด้าน กัญจน์ ที่จบอันดับสองในการคิวสคูลเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วจนได้กลับมาเล่น เอเชียน ทัวร์ อย่างเต็มตัวอีกครั้ง กำลังจะได้ลงเล่นเมเจอร์ครั้งแรกในชีวิต หลังได้ตั๋วจากการจบอันดับ 3 ร่วมในศึก มิซูโน่ โอเพ่น ทัวร์นาเมนต์คัดเลือกเข้า ดิ โอเพ่น ของ เจแปน ทัวร์

“นี่คือการได้เล่นเมเจอร์ครั้งแรกของผม มันจะต้องเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าอย่างแน่นอน ผมตั้งตารอไปแข่งขันที่สนามรอยัล พอร์ทรัชครั้งแรกไม่ไหวแล้ว” กัญจน์ กล่าว