ย้อนความทรงจำ ‘ไทเกอร์’ เยือนแผ่นดินแม่ ‘ประเทศไทย’

อย่างที่ทุกคนทราบดีว่า ไทเกอร์ วูดส์ ซูเปอร์สตาร์นักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลก มีเชื้อสายไทยอยู่ครึ่งหนึ่งเนื่องจากมีคุณแม่ กุลธิดา วูดส์ เป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรี ตลอดจนเคยมีโอกาสพา ‘พญาเสือน้อย’ ในวันเยาว์มาคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์ระดับเยาวชนในเมืองไทยหลายรายการ สร้างความปลาบปลื้มให้บรรดาแฟนกอล์ฟชาวไทยในเวลานั้นเป็นอย่างมาก

จนกระทั่งปี 1994 ไทเกอร์ ที่กำลังถูกจับตามองว่าจะเป็นคลื่นลูกใหม่แห่งวงการกอล์ฟโลกจากการกวาดชัยชนะรายการเยาวชนมากมายในอเมริกา มีโอกาสกลับมาเยือนเมืองไทยเพื่อร่วมการแข่งขันทัวร์นาเมนต์อาชีพครั้งแรกในรายการ จอห์นนี วอร์คเกอร์ คลาสสิค ที่สนามบลู แคนยอน คันทรี คลับ จังหวัดภูเก็ต

แม้สุดท้ายชัยชนะจะตกเป็นของ ‘ฉลามขาว’ เกรก นอร์แมน สตาร์จากออสเตรเลีย แต่ถือเป็นการทำสถิติผ่านตัดตัวในรายการอาชีพครั้งแรกโดยจบอันดับ 34 ของ ไทเกอร์ ที่ขณะนั้นเป็นเพียงนักกอล์ฟสมัครเล่นวัย 18 ปี

ขณะที่ ไทเกอร์ แจ้งเกิดเรียบร้อยแล้วในแผ่นดินอเมริกาด้วยความสำเร็จในฐานะนักกอล์ฟสมัครเล่น แต่ผลงานในศึก จอห์นนี วอร์คเกอร์ฯ ครั้งนั้นถือเป็นการแจ้งเกิดในวงกว้างของ พญาเสือ สำหรับแฟนกอล์ฟชาวไทยเลยก็ว่าได้

3 ปีต่อมา ไทเกอร์ กลับมาเยือนแผ่นดินแม่อีกครั้งเพื่อร่วมการแข่งขันรายการ เอเชียน ฮอนด้า คลาสสิค ณ สนามไทย คันทรี คลับ แตกต่างตรงการมาครั้งนี้ทุกคนรู้จัก พญาเสือ เป็นอย่างดีการีนตีด้วยตำแหน่งรุคกี้ยอดเยี่ยม พีจีเอ ทัวร์ 1996 และผู้เล่นยอดเยี่ยม พีจีเอ ทัวร์ 1997

พูดง่ายๆ คือขณะนั้น ไทเกอร์ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์นักกอล์ฟระดับโลกเรียบร้อยแล้ว ตลอดจนยิ่งได้รับความสนใจจากแฟนๆ ชาวไทยเป็นสองเท่าด้วยสถานะลูกครึ่งไทยจากการมีคุณแม่เป็นคนไทย พิสูจน์ได้จากการมีคนไปต้อนรับที่สนามบินดอนเมืองอย่างอบอุ่น ก่อนเจ้าตัวจะมาโชว์ความเป็นเวิลด์คลาสที่สนามไทย คันทรี คลับด้วยการคว้าแชมป์ไปครองแบบสบายๆ ทิ้งห่างอันดับสองถึง 10 สโตรก

ช็อตไดร์ฟวันออนที่หลุม 10 พาร์ 4 ระยะ 406 หลาสนามไทย คันทรี คลับยังคงติดตาตรึงใจผู้ชมชาวไทย มีแฟนๆ ร้องเรียกชื่อ ไทเกอร์ๆๆๆ ระหว่างเจ้าตัวเดินบนแฟร์เวย์หลุม 18 ขณะที่สนามไทย คันทรี คลับให้เกียรติทำป้ายชื่อ ไทเกอร์ ติดอยู่ในล็อกเกอร์หมายเลข 1 ในห้องล็อกเกอร์รูมจนกระทั่งถึงทุกวันนี้

หลังคว้าแชมป์บนแผ่นดินแม่ครั้งแรกในชีวิต ไทเกอร์ ไม่ลืมโปรยคำหวานให้แฟนกอล์ฟชาวไทย “การคว้าแชมป์มันยอดเยี่ยมอยู่แล้ว แต่การมาชนะที่เมืองไทยเป็นสิ่งที่พิเศษมากๆ ที่นี่เหมือนบ้านของผม”

นอกจากนี้ ไทเกอร์ ยังกล่าวถึงประวัติศาสตร์ของครอบครัวในเมืองไทยและเรื่องราวของคุณแม่ซึ่งมีส่วนเลี้ยงดูให้เขาเห็นคุณค่าของคำสอนตามหลักพุทธศาสนามาโดยตลอด แม้ความจริงเขาคืออเมริกันชนแท้ๆ ที่เกิดและเติบโตในแคลิฟอร์เนีย

หนึ่งปีต่อมา ไทเกอร์ ได้กลับมาประเทศไทยเพื่อร่วมศึก จอห์นนี วอร์คเกอร์ฯ ที่สนามบลู แคนยอน ภูเก็ตอีกครั้ง แน่นอนว่า พญาเสือ ได้สร้างกระแสกอล์ฟในเมืองไทยอย่างมาก โดยเฉพาะการขับเคี่ยวกับสตาร์จากแอฟริกาใต้ที่ชื่อ เออร์นี เอลส์

วันสุดท้าย ไทเกอร์ ตามหลัง เอลส์ อยู่ถึง 8 สโตรก แต่ก็โชว์ฟอร์มร้อนแรงกดเข้ามาวันเดียว 7 อันเดอร์พาร์ ขึ้นไปรอเป็นผู้นำบนคลับเฮาส์กว่า 2 ชั่วโมงเพื่อรอ เอลส์ เล่นจบก่อนพบว่าสุดท้ายทั้งคู่สกอร์เสมอกันต้องออกไปเพลย์ออฟตัดสินแชมป์ ก่อนเป็นฝ่าย ไทเกอร์ ที่สามารถปราบ เอลส์ ได้สำเร็จต่อหน้าแฟนกอล์ฟชาวไทย

สองปีต่อมา ไทเกอร์ กลับมาเยือนเมืองไทยอีกครั้งเพื่อนร่วมศึก จอห์นนี วอร์คเกอร์ฯ เช่นเคย แต่คราวนี้ย้ายมาจัดกันที่กรุงเทพฯ ณ สนามอัลไพน์ กอล์ฟ คลับ เมื่อปี 2000 เป็นอีกครั้งที่ พญาเสือ โชว์ฟอร์มเหนือชั้นจบสี่วันด้วยสกอร์รวม 25 อันเดอร์พาร์ ชนะห่าง เจฟฟ์ โอกิลวี จากออสเตรเลีย ไป 3 สโตรก

หลังคว้าชัยชนะรายการที่ 10 ของปี 2000 ไทเกอร์ ให้สัมภาษณ์ถึงการต้องเล่นท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุของเมืองไทย “ผมไม่คิดเลยว่าจะต้องดื่มน้ำมากที่สุดในชีวิตแบบนี้”

ระหว่างการมาเยือนเมืองไทยในปี 2000 นั้นเอง ไทเกอร์ ได้ไปเข้ารับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้วย

ส่วนการมาเยือนเมืองไทยครั้งหลังสุดของ ไทเกอร์ คือเดือนพฤศจิกายนปี 2010 เพื่อร่วมการแข่งขันกอล์ฟทัวร์นาเมนต์พิเศษ World Golf Salutes King Bhumibol ที่สนามอมตะ สปริง คันทรี คลับ จังหวัดชลบุรี เป็นการเล่นแบบ Skin Game กับนักกอล์ฟชั้นนำ 4 คนจาก 4 ชาติ ได้แก่ ธงชัย ใจดี จากประเทศไทย, พอล เคซีย์ จากอังกฤษ และ คามิโล บีเญกาส จากโคลัมเบีย

ซึ่งในทริปนั้น ไทเกอร์ ได้มีโอกาสร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่โรงพยาบาลศิริราช รวมถึงเข้าพบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ด้วย

จนกระทั่งล่าสุดมีรายงานข่าวว่า ไทเกอร์ พร้อม แซม ลูกสาว, ชาร์ลี ลูกชาย และ เอริก้า เฮอร์แมน แฟนสาว ได้มาพักผ่อนแบบส่วนตัวที่เมืองไทย โดยสวมเสื้อสีเหลืองเข้าชมความงามของวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง

รายงานข่าวระบุว่า พญาเสือ จะใช้เวลาพักผ่อนอยู่ที่เมืองไทยเป็นเวลา 14 วัน โดยมีคุณแม่ กุลธิดา เป็นผู้แนะนำให้เจ้าตัวพาครอบครัวมาสัมผัสเมืองไทย นอกจากจะอยู่ในกรุงเทพฯ แล้ว ยังมีแผนเดินทางไปพักผ่อนท่องเที่ยวในจังหวัดชายทะเลแห่งใดแห่งหนึ่งอีกด้วย แต่แผนการเดินทางทั้งหมดถูกปิดเป็นความลับ

ทั้งนี้ ไทเกอร์ เพิ่งจบอันดับ 21 ร่วมจากศึก ยูเอส โอเพ่น ที่เพ็บเพิล บีช เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยคาดว่าเจ้าตัวจะกลับไปลงเล่น พีจีเอ ทัวร์ ที่สหรัฐฯ สักหนึ่งรายการเพื่ออุ่นเครื่อง ก่อนทำศึก ดิ โอเพ่น แชมเปียนชิป ที่สนามรอยัล พอร์ทรัช ในไอร์แลนด์เหนือ ระหว่างวันที่ 18-21 กรกฎาคมนี้ต่อไป

เรียบเรียงจากงานเขียนเรื่อง When Tiger thrilled the Thai galleries โดย Nooby Piles หนังสือพิมพ์ Bangkok Post