‘เบิร์ธเพจ แบล็ก’ สังเวียนมหาโหด

เบิร์ธเพจ แบล็ก คอร์ส เป็นสนามสาธารณะตั้งอยู่ที่เบิร์ธเพจ สเตจ ปาร์ค ในลองไอส์แลนด์ นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐฯ เปิดให้บริการเมื่อปี 1936 ออกแบบโดย เอ.ดับเบิลยู. ทิลลิงแฮสต์ ซึ่งภายในสนามเบิร์ธเพจมีทั้งหมด 5 คอร์ส แน่นอนว่า แบล็กคอร์ส เป็น 18 หลุมที่ยากที่สุด

แบล็กคอร์สของเบิร์ธเพจแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวและกลายเป็นที่รู้จักของแฟนกอล์ฟอเมริกันและทั่วโลกเมื่อถูกใช้เป็นสังเวียนแข่งขันรายการเมเจอร์ ยูเอส โอเพ่น ในปี 2002 และอีกครั้งในปี 2009 โดยเตรียมใช้จัดแมตช์เมเจอร์ครั้งที่ 3 สัปดาห์นี้แต่เปลี่ยนมาเป็นศึก พีจีเอ แชมเปียนชิป

นอกจากนี้เบิร์ธเพจแบล็กยังเคยใช้จัดศึก เฟดเอ็กซ์ คัพ เพลย์ออฟ ของ พีจีเอ ทัวร์ รายการ เดอะ บาร์เคลย์ส ในปี 2012 และ 2016 แต่ที่สำคัญที่สุดคือสนามแห่งนี้ได้ถูกกำหนดให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกอล์ฟประเภททีม ศึกแห่งศักดิ์ศรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง ไรเดอร์ คัพ ระหว่างทีมสหรัฐอเมริกา กับ ยุโรป ล่วงหน้าไปแล้วในปี 2024

สนามเบิร์ธเพจแบล็กมีชื่อติดอันดับสนามกอล์ฟยอดเยี่ยมในหลายด้านๆ มาโดยตลอดจากการจัดของนิตยสาร Golf Digest ไล่ตั้งแต่การรั้งอันดับ 26 สนามกอล์ฟยอดเยี่ยมที่สุดในอเมริกา, ติดท็อป 10 สนามดีที่สุดในนิวยอร์ก, ครองอันดับ 6 สนามที่มีความยากที่สุดในอเมริกา, อันดับ 5 สนามกอล์ฟสาธารณะที่ดีที่สุดในอเมริกา และที่สำคัญที่สุดคือการเป็นสนามกอล์ฟที่บริหารงานโดยรัฐที่ดีที่สุดอีกด้วย

หลุม 10 ขนาบข้างด้วยหลุม 11

เบิร์ธเพจแบล็ก เป็นสนามพาร์ 71 ระยะรวม 7,468 หลา หนึ่งในหลุมที่ยากที่สุดอยู่ที่หลุม 7 พาร์ 4 ระยะ 524 หลา หากเป็นวันปกตินักกอล์ฟทั่วไปจะเล่นกันเป็นหลุมพาร์ 5 แต่เมื่อมีการแข่งขันทัวร์นาเมนต์อาชีพจะถูกปรับเป็นหลุมพาร์ 4 ยาว

นอกจากต้องทีช็อตให้ทั้งตรงและไกลแล้ว ช็อตแอพโพรชยังต้องตีขึ้นด้วยเหล็กยาว แม้กรีนหลุมนี้จะอยู่ระดับเดียวกับแฟร์เวย์ซึ่งความจริงมีกรีนแบบนี้น้อยมากที่นี่ แต่ด้วยบังเกอร์ที่คอยดักทั้งด้านขวาและซ้าย นี่คือหนึ่งในหลุมที่มหาโหดและขึ้นชื่อว่าทำร้ายจิตใจนักกอล์ฟได้แบบไม่มีชิ้นดี

แม้จะต้องเผชิญกับความยากของสนามมาตลอดทาง ไม่ว่าจะเป็นหลุมพาร์ 3 ยาวระยะไม่มีต่ำกว่า 200 หลาถึง 3 ใน 4 หลุม หลุมพาร์ 4 ยาวระยะทะลุ 500 หลา หรือแม้กระทั่งหลุมพาร์ 5 ระยะ 608 หลาที่หลุม 13 แต่สนามแห่งนี้ทิ้งความใจดีไว้ที่หลุมสุดท้าย ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่หลุมที่เปิดโอกาสให้ทำเบอร์ดี้

หลุม 11 พาร์ 4 ระยะ 435 หลา

หลุม 18 พาร์ 4 ระยะ 411 หลา นักกอล์ฟต้องทีช็อตในลักษณะลงเนิน แต่ก็ต้องบังคับไม่ให้ไปตกแฟร์เวย์บังเกอร์ทั้งด้านขาวและซ้าย หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือการออกด้วยหัวไม้แฟร์เวย์ฟหรือเหล็กยาวเพื่อไม่ให้ถึงบังเกอร์ แต่ก็จะเหลือระยะขึ้นกรีนไกลหน่อยประมาณ 160 หลา แต่หากซัดไดรเวอร์ก็จะเหลือขึ้นแค่เวดจ์เท่านั้น นักกอล์ฟต้องเลือกเอา

ด้วยสโลปของกรีนที่เทจากหลังไปหน้า ดังนั้นการพยายามวางตำแหน่งลูกไว้ลอนล่างช่วยเพิ่มโอกาสในการพัตต์เบอร์ดี้ได้ง่ายกว่า

ย้อนไปเมื่อปี 2002 ครั้งแรกที่สนามเบิร์ธเพจ แบล็ก ได้จัดเมเจอร์ ยูเอส โอเพ่น ผลปรากฎว่า ไทเกอร์ วูดส์ ชนะไปด้วยการทำสกอร์รวมสี่วัน 3 อันเดอร์พาร์ ขณะที่ศึก ยูเอส โอเพ่น ในปี 2009 ลูคัส โกลเวอร์ คว้าแชมป์ไปด้วยสกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์ แต่ทั้งสองครั้งเป็นการแข่งขัน ยูเอส โอเพ่น จัดโดยยูเอสจีเอซึ่งมักจะเซ็ทอัพสนามให้มีความยากกว่าปกติอยู่แล้ว

หลุม 8 พาร์ 3 ระยะ 210 หลา

หากเปรียบเทียบกับครั้งที่สนามเบิร์ธเพจ แบล็ก ถูกใช้จัดการแข่งขัน พีจีเอ ทัวร์ รายการ เดอะ บาร์เคลย์ส จะเห็นว่าสนามมีความง่ายขึ้นเล็กน้อย โดยแชมป์เมื่อปี 2012 ตกเป็นของ นิค วัตนีย์ ที่สกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์ ขณะที่ แพทริก รีด คว้าแชมป์ในปี 2016 ด้วยสกอร์รวมสี่วัน 9 อันเดอร์พาร์

ต้องมารอดูกันว่าการกลับมาใช้จัดการแข่งขันเมเจอร์อีกครั้งของสนามเบิร์ธเพจ แบล็กในปีนี้ พีจีเอ ออฟ อเมริกา ในฐานะผู้จัดการแข่งขันจะเซ็ทอัพสนามออกมาหน้าตาอย่างไร แต่ท้ายที่สุดแล้วเชื่อว่าคงไม่น่าจะมีความยากและโหดเท่ากับที่ยูเอสจีเอมักทำกับการแข่งขัน ยูเอส โอเพ่น อย่างแน่นอน