เมเจอร์ที่ 15 ในมาสเตอร์สของ ‘พญาเสือ’ เป็นไปได้ไหม?

แชมป์เมเจอร์สะสมของ ไทเกอร์ วูดส์ หยุดอยู่ที่ 14 รายการมายาวนานมากกว่าหนึ่งทศวรรษแล้ว เมื่อต้องย้อนไปไกลถึง ยูเอส โอเพ่น ที่สนามทอร์เรย์ ไพน์สเมื่อปี 2008 ซึ่งคิดดูแล้วไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่ เมื่อ พญาเสือ ต้องเผชิญกับวิกฤตด้านปัญหาชีวิตส่วนตัวและอาการบากเจ็บรบกวนอยู่แทบตลอดเวลา

แต่กับการแข่งขัน เดอะ มาสเตอร์ส ที่เตรียมรูดม่านเปิดฉากขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายนนี้ นักวิเคราะห์มองว่า ไทเกอร์ มีความพร้อมมากที่สุดที่จะไล่ล่าชัยชนะเมเจอร์ที่ 15 มาครอบครองในรอบหลายๆ ปี

เนื่องจากย้อนไปเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว ไทเกอร์ เดินหน้าสู่การแข่งขันเมเจอร์แรกของปี ณ สังเวียนออกัสต้า เนชั่นแนล ด้วยองค์ประกอบหลายอย่างที่ดูไม่พร้อมต่อการไปถึงตำแหน่งแชมป์เอาเสียเลย โดยเฉพาะเรื่องของจำนวนทัวร์นาเมนต์ที่เพิ่งลงแข่งขันไปแค่ 5 รายการ หลังเข้ารับการผ่าตัดและรักษาตัวเพิ่งหาย

จากวันนั้นถึงวันนี้ ไทเกอร์ ลงสนามแข่งขันไปแล้วถึง 25 รายการด้วยสภาพร่ายกายและรูปเกมที่ดูดีขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันทำอันดับโลกไต่กลับขึ้นมาอยู่ที่ 12 ของโลกแล้ว

ขณะที่ผลงานล่าสุดคือการทะลุผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศหรือ 8 คนสุดท้ายในศึก เวิลด์ กอล์ฟ แชมเปียนชิป-เดลล์ เทคโนโลยี แมตช์เพลย์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีไฮไลท์อยู่ที่การปราบ รอรี แม็คอิลรอย สตาร์รุ่นน้องที่กำลังฟอร์มร้อนแรงในรอบ 16 คนสุดท้ายอย่างเฉียบขาด

ด้วยการเตรียมตัวและแผนการรักษาฟอร์มเพื่อเข้าสู่การแข่งขัน เดอะ มาสเตอร์ส อันยอดเยี่ยม นักวิเคราะห์มองว่า ไทเกอร์ จะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างจากการจบแค่อันดับ 32 ร่วมเมื่อปีที่แล้ว

ไทเกอร์ กลับมาลงเล่น เดอะ มาสเตอร์ส 2018 หลังไม่ได้ร่วมการแข่งขัน 2 ปี

ไทเกอร์ ออกสตาร์ทปีนี้ด้วยการจบอันดับ 20 ร่วมในศึก ฟาร์เมอร์ อินชัวแรนซ์ โอเพ่น ก่อนคว้าอันดับ 5 ร่วมที่เจเนซิส โอเพ่น, อันดับ 10 ร่วมใน เวิลด์ กอล์ฟ แชมเปียนชิป-เม็กซิโก แชมเปียนชิป, อันดับ 30 ร่วมใน เดอะ เพลเยอร์ส แชมเปียนชิป และล่าสุดคืออันดับ 5 ร่วมใน เวิลด์ กอล์ฟ แชมเปียนชิป-เดลล์ แมตช์เพลย์

เกี่ยวกับเรื่องนี้ โจ ลาคาวา แคดดี้ของ ไทเกอร์ ให้สัมภาษณ์ว่าในช่วงนี้ของปีที่แล้ว ไทเกอร์ ยังอยู่ในห้วงเวลาของการพยายามทำร่างกายและเกมการเล่นให้กลับมา โดยเฉพาะปีที่แล้ว ไทเกอร์ มีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องสภาพร่างกายของตัวเองมาก ซึ่งคิดว่ามันได้ผ่านไปแล้วในตอนนี้

เมื่อพูดถึงโอกาสในการคว้าแชมป์ เดอะ มาสเตอร์ส ในปีนี้ของ ไทเกอร์ นักวิเคราะห์มองว่า ไทเกอร์ ต้องอาศัยความได้เปรียบในความรู้จักสนามและใช้เทคนิคการเล่นเฉพาะบางอย่างในการทำสกอร์บนสนามออกัสต้าฯ

ไล่ตั้งแต่ความรู้ในการหาจุดตกบนแฟร์เวย์ ตำแหน่งที่ควรแอพโพรชขึ้นกรีน ไปจนถึงจังหวะในการพัตต์บนสถานการณ์และกรีนในแต่ละหลุมที่แตกต่างกัน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ ไทเกอร์ รู้ดีอยู่แล้ว พิสูจน์ได้จากการเป็นเจ้าของเสื้อกรีนแจ็คเก็ตมาแล้ว 4 ตัว

อีกหนึ่งประเด็นที่นักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นคือความสามารถในการตีเหล็กแบบสร้างสรรค์ช็อตได้หลากหลายในแทบทุกๆ ไลที่ลูกอยู่ของ ไทเกอร์ เนื่องจากการแอพโพรช์ขึ้นกรีนในแต่ละหลุมของสนามออกัสต้าฯ ต้องอาศัยการตีทั้งลูกเฟดและดรอว์ หากเป็นลูกเฟดก็ไม่มีปัญหา เนื่องจากสามารถตีให้ตกหยุดได้บนกรีนที่ทั้งเฟิร์มและมีสโลปเยอะ แต่ ไทเกอร์ เป็นหนึ่งในผู้เล่นแค่ไม่กี่คนบนโลกที่สามารถตีลูกดรอว์สูงให้ตกหยุดได้ นั่นคืออีกหนึ่งตัวแปรที่เป็นข้อได้เปรียบของ ไทเกอร์

ไทเกอร์ ลงเล่น เวิลด์ กอล์ฟ แชมเปียนชิป-แมตช์เพลย์ เป็นรายการสุดท้ายก่อนเข้าแข่งขัน เดอะ มาสเตอร์ส

ที่สำคัญที่สุดขณะนี้ ไทเกอร์ กำลังเล่นด้วยความมั่นใจ กลับมาคว้าแชมป์ได้แล้วในศึก เดอะ ทัวร์ แชมเปียนชิป เมื่อปลายปีที่แล้ว และมีลุ้นแชมป์เมเจอร์ถึง 2 รายการโดยเข้าไปเบียดกลุ่มผู้นำในวันสุดท้าของศึก ดิ โอเพ่น แชมเปียนชิป และ พีจีเอ แชมเปียนชิป

อย่างไรก็ดีมีเพียงประเด็นเดียวที่นักวิเคราะห์เป็นห่วงว่าอาจหยุดยั้งไม่ให้ ไทเกอร์ ไปถึงฝั่งฝันใน เดอะ มาสเตอร์ส นั่นคือ การพัตต์ สถิติการพัตต์ของ ไทเกอร์ แทบไม่มีระยะไหนติดท็อป 100 ของ พีจีเอ ทัวร์ เลย พูดง่ายๆ คือตีดีแต่พัตต์ไม่ได้ ซึ่งไม่มีทางไปถึงตำแหน่งแชมป์แน่นอน จนล่าสุด ไทเกอร์ ต้องเรียกใช้บริการโค้ชพัตต์คนแรกในชีวิตมาช่วยดูเรื่องการพัตต์โดยเฉพาะ

ที่สุดแล้วแม้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ ไทเกอร์ จะชนะ เดอะ มาสเตอร์ส ในเมื่อโปรหนุ่มรุ่นใหม่ต่างฟอร์มกำลังร้อนแรงกันถ้วยหน้า ไล่ตั้งแต่ รอรี แม็คอิลรอย, ดัสติน จอห์นสัน, จัสติน โรส, ฟรานเชสโก โมลินารี และ จัสติน โธมัส แต่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ และคงมีแฟนกอล์ฟทั่วโลกเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดอย่างแน่นอน