Countdown to THE MASTERS มนต์ขลังของ ‘เอเมน คอร์เนอร์’

เดอะ มาสเตอร์ส เป็นเมเจอร์เดียวแห่งวงการกอล์ฟโลกที่ใช้สนามแข่งขันเดิมเป็นประจำตลอดระยะเวลา 85 ปีที่ผ่านมา ณ สังเวียนที่ชื่อว่า ออกัสต้า เนชั่นแนล กอล์ฟ คลับ

เอเมน คอร์เนอร์ เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเรียกช่วงการเล่นระหว่างหลุม 11-13 ของสนามออกัสต้าฯ ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้นับเอาทุกช็อตของทั้ง 3 หลุม แต่จะเริ่มนับตั้งแต่ช็อตสองที่หลุม 11 พาร์ 4 ต่อด้วยหลุม 12 พาร์ 3 จนกระทั่งช็อตทีออฟและช็อตที่สองของหลุม 13 พาร์ 5 เท่านั้น

คอลัมนิสต์คนแรกที่เขียนคำว่า เอเมน คอร์เนอร์ ลงตีพิมพ์ชื่อว่า เฮอร์เบิร์ท วาร์เรน วินด์ ในบทความเกี่ยวกับรายการ เดอะ มาสเตอร์ส เมื่อปี 1958 ในนิตยสาร Sports Illustrated ก่อนเจ้าตัวจะให้สัมภาษณ์ลงนิตยสาร Golf Digest ถึงที่มาของคำว่า เอเมน คอร์เนอร์ ในอีก 26 ปีต่อมา

นักเขียนคนดังกล่าวอธิบายว่าอยากมีคำนิยามถึงสถานที่หรือช่วงเวลาของการแข่งขันที่ชี้เป็นชี้ตายและน่าตื่นเต้นที่สุดของ เดอะ มาสเตอร์ส หรือแม้กระทั่งวงการกอล์ฟเลยก็ว่าได้ ส่วนที่มาของชื่อถูกหยิบยกมาจากเพลงแจ๊สที่ออกในราวๆ ปี 1930 ชื่อว่า Shouting in that Amen Corner

เอเมน คอร์เนอร์ เป็นช่วงการแข่งขันที่มักตัดสินผลแพ้ชนะในการแข่งขัน เดอะ มาสเตอร์ส หลายต่อหลายครั้ง เหตุการณ์ครั้งล่าสุดที่หลายคนน่าจะยังจำได้คือการที่ จอร์แดน สปีธ พลาดเสียถึง Quadruple Bogey หรือออก 7 ในหลุม 12 พาร์ 3 วันสุดท้ายของการแข่งขันเมื่อปี 2016 พลาดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดายทั้งที่กำลังขึ้นนำ 2 สโตรกอยู่แท้ๆ

บรรยากาศที่หลุม 11

เริ่มต้นด้วยหลุม 11 พาร์ 4 ระยะ 505 หลามีชื่อว่า White Dogwood เป็นจุดเริ่มต้นของ เอเมน คอร์เนอร์ ด้วยหลุมพาร์ 4 ค่อนข้างตรง ซึ่งกระแสลมเป็นปัจจัยสำคัญในการเล่นหลุมนี้อย่างยิ่ง เริ่มต้นจากการทีช็อตลงเนิน ต้องตีเฟดนิดๆ ส่วนช็อตสองขึ้นกรีนมีบ่อน้ำดักอยู่ด้านซ้ายและบังเกอร์ด้านขวา

ทีช็อตหลุม 12

จากนั้นเป็นหลุม 12 พาร์ 3 ระยะ 155 หลามีชื่อว่า Golden Bell เป็นหนึ่งในหลุมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของออกัสต้าฯ รวมถึงเป็นหลุมพาร์ 3 ที่สั้นที่สุดของสนาม ด้วยกระแสลมที่พัดแบบไร้ทิศทาง ผู้เล่นจะเลือกใช้ตั้งแต่เหล็ก 9 ไปจนกระทั่งถึงเหล็ก 6 โดยมีร่องน้ำที่ชื่อ Rae’s Creek พาดผ่านหน้ากรีน และบังเกอร์อีก 3 บ่อ ด้านหน้า 1 บ่อกับด้านหลังอีก 2 บ่อ สิ่งสำคัญคือต้องการพัตต์บนกรีนกระจกโดยนักกอล์ฟต้องเดินข้ามสะพาน Ben Hogan Bridge ข้ามร่องน้ำไปหากรีน

ช็อตสองที่หลุม 13

ปิดท้ายด้วยหลุม 13 พาร์ 5 ระยะ 510 หลาชื่อว่า Azalea หากทีช็อตอยู่กลางแฟร์เวย์จะเปิดโอกาสให้สู้สองออนได้ที่หลุมนี้ แต่ก็ต้องระวังร่องน้ำเล็กๆ ที่พาดผ่านหน้ากรีนด้วย โดยต้องพยายามแครีย์ข้ามไปให้ได้ มีสะพานที่อยู่ตรงบริเวณแท่นทีชื่อว่า Byron Nelson Bridge หลุมนี้มีพรรณไม้ที่ชื่อ Azalea ขึ้นอยู่เยอะมากกว่า 1,600 ต้นตลอดทางตั้งแต่แท่นทีถึงกรีน